บทความวิธีปูพื้นลามิเนตด้วยตัวเอง ทำเองได้ ไม่ง้อช่าง

วิธีปูพื้นลามิเนตด้วยตัวเอง มือใหม่ทำเองได้ ไม่ง้อช่าง

 

พื้นลามิเนตเป็นหนึ่งในวัสดุปูพื้นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสำหรับการแต่งบ้านยุคใหม่ ด้วยลวดลายไม้ที่สวยงามเป็นธรรมชาติ แต่มาพร้อมกับความทนทานและการติดตั้งที่ง่ายกว่าไม้จริง หลายคนจึงอยากที่จะลงมือเปลี่ยนพื้นเก่าให้เป็นพื้นลามิเนตด้วยตัวเอง ซึ่งการปูพื้นลามิเนตนั้นไม่ยากอย่างที่คิด บทความนี้ได้รวบรวมทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับวิธีปูพื้นลามิเนตมาให้ครบ ตั้งแต่การเลือกวัสดุ การเตรียมพื้นผิว ไปจนถึงขั้นตอนการติดตั้งอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถสร้างพื้นสวย ๆ ได้ด้วยตัวเอง ตามไปดูพร้อมกัน

มือใหม่ควรรู้อะไรบ้าง ก่อนเข้าใจวิธีปูพื้นลามิเนต

สำหรับมือใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์งานช่าง ต้องทำความเข้าใจลักษณะของแผ่นไม้ก่อน วัสดุชนิดนี้ออกแบบมาให้ติดตั้งแบบคลิกล็อก (Click Lock) เข้าหากันคล้ายการต่อจิ๊กซอว์ จึงไม่ต้องใช้กาวหรือตะปูยึดติดกับพื้นเดิม สิ่งสำคัญที่สุดคือพื้นเดิมต้องเรียบสนิท ไม่เป็นแอ่งหรือนูน หากพื้นเดิมไม่ได้ระดับ เมื่อปูเสร็จแล้วเวลาเดินจะรู้สึกยุบตัวและเกิดเสียงดัง นอกจากนี้ความชื้นก็เป็นศัตรูตัวร้าย จึงต้องมั่นใจว่าพื้นแห้งสนิทก่อนเริ่มงานวิธีปูพื้นลามิเนตเสมอ

 

ปูพื้นลามิเนต ควรเลือกความหนาเท่าไร

ความหนาของพื้นลามิเนตเป็นปัจจัยแรกที่ควรพิจารณา เพราะส่งผลต่อความทนทาน การใช้งาน และงบประมาณ ปัจจุบันแผ่นลามิเนตมีความหนาให้เลือกตั้งแต่ 6-12 มิลลิเมตร

  • ความหนา 6 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับพื้นที่มีการสัญจรน้อย เช่น ห้องนอน ห้องทำงาน มีราคาต่อตารางเมตรประหยัดที่สุด แต่ความทนทานจะน้อยกว่าความหนาอื่น
  • ความหนา 8 มิลลิเมตร เป็นขนาดที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะราคาเพิ่มขึ้นไม่มาก เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป คอนโดมิเนียม
  • ความหนา 10 มิลลิเมตร มีความทนทานสูง เหมาะสำหรับพื้นที่ใช้งานหนัก เช่น พื้นที่ส่วนกลางของบ้าน ห้องโถง ห้องเด็กเล่น 
  • ความหนา 12 มิลลิเมตร มีความทนทานสูงสุด นิยมใช้กับพื้นที่มีการสัญจรและเคลื่อนย้ายของหนัก  

 วิธีการคำนวณปริมาณแผ่นไม้และปริมาณกล่องสำหรับลามิเนต

สามารถคำนวณปริมาณแผ่นไม้ โดยใช้สูตรการคำนวณดังนี้

จำนวนแผ่นด้านกว้าง = ความกว้างของห้อง / ความกว้างของไม้พื้น

จำนวนแผ่นด้านยาว = ความยาวของห้อง / ความยาวของไม้พื้น

จำนวนแผ่นทั้งห้อง = จำนวนแผ่นด้านยาว x จำนวนแผ่นด้านกว้าง

จำนวนกล่องที่ต้องใช้ = จำนวนแผ่นที่ใช้ทั้งห้อง / จำนวนแผ่นต่อกล่อง

ตัวอย่าง ห้องมีขนาด กว้าง 3.6 เมตร และยาว 4.5 เมตร และแผ่นลามิเนตที่เลือกมีขนาด กว้าง 0.190 เมตร ยาว 1.200 เมตร (โดย 1 กล่องบรรจุ 8 แผ่น)

จำนวนแผ่นด้านกว้าง = 3.6 / 0.190 = 18.94 แผ่น (ให้ปัดเศษเป็น 19 แผ่น)

จำนวนแผ่นด้านยาว = 4.5 / 1.200 = 3.75 แผ่น (ให้ปัดเศษเป็น 4 แผ่น)

จำนวนแผ่นทั้งห้อง = 19 x 4 = 76 แผ่น

จำนวนกล่องที่ต้องใช้ = 76 / 8 = 9.5 กล่อง (เวลาซื้อจริงให้ปัดเศษขึ้นเป็น 10 กล่อง)

ข้อควรรู้ เมื่อคำนวณจำนวนที่ต้องใช้ได้แล้ว ควรบวกเผื่อความเสียหายหรือเศษตัดทิ้งเพิ่มไปอีกประมาณ 5-10% เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีแผ่นไม้ลอตเดียวกันสีเดียวกันเหลือพอสำหรับจบงานได้อย่างสวยงาม

 

การตรวจสอบพื้นที่ก่อนปูพื้นลามิเนต

การตรวจสอบพื้นที่ก่อนปูพื้นลามิเนต

ก่อนจะเริ่มลงมือ การสำรวจและประเมินสภาพพื้นเดิมเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพื่อให้แน่ใจว่าพื้นผิวมีความพร้อมและเหมาะสมสำหรับปูพื้นลามิเนต ซึ่งจะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

  • ตรวจสอบความเรียบของพื้น พื้นที่จะปูทับต้องได้ระดับและเรียบสม่ำเสมอ โดยความสูงต่ำของพื้นผิวไม่ควรแตกต่างกันเกิน 3 มิลลิเมตรในระยะ 1 เมตร สามารถตรวจสอบได้โดยใช้ไม้บรรทัดยาว หรือเครื่องวัดระดับเลเซอร์ หากพื้นเป็นแอ่งหรือนูนเกินไปจะทำให้พื้นลามิเนตยวบยาบเวลาเดินและเกิดเสียงได้
  • ตรวจสอบความชื้น พื้นปูนหรือคอนกรีตต้องแห้งสนิท โดยค่าความชื้นที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 5% หากเป็นพื้นปูนที่เทใหม่ควรทิ้งระยะเวลาให้ปูนเซตตัวและคลายความชื้นออกให้หมดก่อน ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ ความชื้นที่สูงเกินไปเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พื้นลามิเนตบวมและเสียหาย
  • ตรวจสอบความแข็งแรงของผิวหน้า พื้นผิวเดิมต้องมีความแข็งแรง ไม่เป็นฝุ่น หรือมีการหลุดร่อน หากเป็นพื้นกระเบื้องเดิม ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีแผ่นไหนที่แตกหรือร่อน เพราะการปูทับบนพื้นที่ไม่มั่นคงจะทำให้อายุการใช้งานของพื้นลามิเนตสั้นลง
  • ตรวจสอบพื้นผิวเดิม พื้นลามิเนตสามารถปูทับพื้นเดิมได้หลายประเภท เช่น พื้นปูนขัดมัน พื้นกระเบื้อง แต่ไม่แนะนำให้ปูทับพื้นพรมหรือกระเบื้องยาง เพราะจะทำให้พื้นไม่มั่นคง ควรรื้อวัสดุเดิมออกก่อน

 

การเตรียมพื้นให้พร้อมก่อนติดตั้ง

หลังจากตรวจสอบสภาพพื้นเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมพื้นผิวให้สมบูรณ์ที่สุด 

  • ปรับระดับพื้นผิว หากพบว่าพื้นไม่ได้ระดับ ต้องทำการแก้ไขก่อน สำหรับส่วนที่เป็นแอ่งหรือหลุมให้เติมด้วยปูนปรับระดับชนิดไหลตัวง่าย (Self-Leveling) ส่วนบริเวณที่นูนสูงเกินไปให้ทำการเจียรออกจนได้ระดับที่ต้องการ
  • ทำความสะอาดพื้น พื้นที่ทั้งหมดต้องสะอาดหมดจด ปราศจากฝุ่นผง คราบไขมัน หรือเศษวัสดุต่าง ๆ ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดทำความสะอาดอย่างทั่วถึง เพราะฝุ่นเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลต่อการติดตั้งได้
  • ซ่อมแซมพื้นผิวเดิม หากพื้นเดิมมีรอยแตกหรือเสียหาย ให้ทำการซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน เช่น อุดรอยแตกบนพื้นปูน หรือยาแนวรอยต่อกระเบื้องเดิมให้เต็ม เพื่อสร้างพื้นผิวที่เรียบเนียนสม่ำเสมอ
  • นำพื้นลามิเนตมาพักไว้ ก่อนทำการติดตั้ง ควรนำกล่องพื้นลามิเนตมาวางพักไว้ในห้องที่จะปูล่วงหน้าอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อให้แผ่นไม้ได้ปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิและความชื้นของห้อง ซึ่งจะช่วยลดการยืดหรือหดตัวหลังการติดตั้ง

 

อุปกรณ์สำหรับปูพื้นลามิเนต

การมีเครื่องมือที่เหมาะสมจะช่วยให้การทำงานง่ายและรวดเร็วขึ้น

  • แผ่นปูพื้นลามิเนต ความหนา 6-12 มิลลิเมตร ตามความต้องการ
  • อุปกรณ์ป้องกันตัว หน้ากากกันฝุ่น แว่นตานิรภัย ถุงมือช่าง
  • เครื่องมือวัดและระดับ ตลับเมตร ระดับน้ำ ดินสอสำหรับทำเครื่องหมาย
  • เครื่องมือตัดและติดตั้ง คัตเตอร์ เลื่อยมือ ค้อนยาง ลิ้นข้างยาว ลิ้นข้าง
  • วัสดุรอง แผ่นโฟมรองพื้น (PE Foam) ความหนา 2 มิลลิเมตร
  • วัสดุเสริม บัวพื้น ลิ่มไม้สำหรับเว้นระยะขยายตัว เทปกาวสำหรับปิดรอยต่อโฟม
  • อุปกรณ์เก็บงาน ซิลิโคน กาวขาว สำหรับติดบัวและเก็บรายละเอียด

 

วิธีปูพื้นลามิเนต

วิธีปูพื้นลามิเนต

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการลงมือปูพื้น มือใหม่สามารถทำตามวิธีปูพื้นลามิเนตทีละสเตปได้ดังนี้

1. ปูแผ่นโฟมรองพื้นป้องกันความชื้น

ปูแผ่นโฟมรองพื้น (PE Foam) ให้ทั่วบริเวณห้อง เพื่อป้องกันความชื้นจากพื้นปูนซึมขึ้นมาสู่แผ่นไม้ ช่วยปรับระดับพื้นผิวได้เล็กน้อย และลดเสียงดังเวลาเดิน ควรปูให้ขอบชนกันพอดี ไม่วางซ้อนทับกัน และใช้เทปกาวยึดระหว่างรอยต่อให้แน่นหนา บริเวณขอบกำแพงควรให้แผ่นโฟมเหลื่อมขึ้นไปเล็กน้อยเพื่อกันเสียงสะท้อน

2. วางลิ่มไม้เว้นระยะและเริ่มปูแผ่นแรก

นำลิ่มไม้หนาประมาณ 15 มิลลิเมตร วางกั้นไว้รอบขอบผนังห้อง เพื่อเว้นช่องว่างให้แผ่นไม้มีพื้นที่ขยายตัวเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน จากนั้นกำหนดทิศทาง โดยทั่วไปจะปูพื้นลามิเนตให้ขนานกับแนวแสงหรือขนานกับประตูห้อง เริ่มวางแผ่นแรกลงที่มุมห้องฝั่งซ้าย หันด้านที่เป็นลิ้นเข้าหาผนัง แล้วเริ่มปูไล่จากซ้ายไปขวาเสมอ

3. เข้าลิกล็อกเชื่อมต่อแผ่นลามิเนต

นำแผ่นที่สองมาประกอบเข้ากับแผ่นแรก โดยเอียงแผ่นไม้ทำมุมประมาณ 45 องศา  สอดเข้าที่รอยต่อแล้วกดแผ่นลงให้เข้าล็อกแนบสนิท ใช้ค้อนยางเคาะผ่านแท่งไม้รองตีเบา ๆ เพื่อให้แผ่นไม้ชิดกันสนิท ทำแบบนี้ไล่ไปจนสุดแถวแรก แผ่นสุดท้ายของแถวจะต้องวัดขนาดและใช้เลื่อยตัดให้พอดี อย่าลืมใส่ลิ่มไม้เว้นระยะขอบผนังไว้เสมอ

4. ปูแถวถัดไปและติดตั้งบัวพื้น

เริ่มปูแถวที่สองโดยนำแผ่นไม้มาประกบเข้ากับแถวแรก ทำซ้ำขั้นตอนเดิมไปเรื่อย ๆ จนเต็มพื้นที่ห้อง เมื่อปูพื้นลามิเนตเสร็จหมดแล้ว ให้นำลิ่มไม้ที่กั้นรอบผนังออกทั้งหมด ขั้นตอนสุดท้ายคือการติดตั้งบัวพื้นเพื่อปิดช่องว่างระหว่างพื้นกับผนัง โดยใช้กาวขาวหรือซิลิโคนติดให้แน่น ส่วนบริเวณประตูหรือรอยต่อต่างระดับให้ติดตั้งตัวจบงานให้เรียบร้อย

การดูแลรักษาพื้นลามิเนตหลังติดตั้ง

เพื่อให้พื้นลามิเนตของคุณสวยงามทนทานไปอีกนาน การดูแลอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

  • ทำความสะอาดเป็นประจำด้วยไม้กวาดขนนุ่มหรือเครื่องดูดฝุ่น เพื่อกำจัดฝุ่นและเศษผงที่อาจทำให้เกิดรอยขีดข่วน
  • หากมีของเหลวหกบนพื้น ให้ใช้ผ้าแห้งเช็ดทันที เพราะพื้นลามิเนตไม่ทนต่อความชื้นหรือน้ำขังเป็นเวลานาน
  • สำหรับการถูพื้น ให้ใช้ผ้าหรือม็อปชุบน้ำบิดหมาด ๆ เท่านั้น หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง

สรุปบทความ

วิธีปูพื้นลามิเนตป็นงานที่สามารถทำเองได้ ขั้นตอนสำคัญ คือการตรวจสอบและเตรียมพื้นให้เหมาะสม การเลือกความหนาแผ่นที่เหมาะกับการใช้งาน การติดตั้งโดยเว้นระยะห่างจากผนังอย่างถูกต้อง และการดูแลรักษาหลังติดตั้ง จะทำให้คุณได้พื้นลามิเนตที่สวยงาม แข็งแรง และใช้งานได้อย่างยาวนาน

เพื่อให้งานพื้นของคุณสมบูรณ์แบบและเรียบร้อยที่สุด การเลือกใช้วัสดุเก็บงานที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ Alusite เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องวัสดุสำหรับจบงานพื้น-ผนัง เรามีสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่คิ้วอลูมิเนียม ตัวปิดรอยต่อพื้นต่างระดับ บัวเชิงผนังอลูมิเนียม ตัวจบกระเบื้องยาง จมูกบันได และอื่น ๆ อีกมากมาย ทุกชิ้นออกแบบมาให้ติดตั้งง่าย สวยเรียบร้อย และเหมาะกับงานบ้านหรูทุกรูปแบบ หากสนใจผลิตภัณฑ์อลูไซท์ หรือมีข้อสงสัยอื่น ๆ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line : @alusite หรือ โทร. 038-571 612-13 / 038-842 748-49